พัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ไขข้อข้องใจ สาระน่ารู้ ความเคลื่อนไหว โยงใยเครือข่าย ติดต่อโครงการ
หน้าหลัก

 

ท่าเรือกรุงเทพหรือท่าเรือคลองเตยเป็นท่าเรือพาณิชย์นาวีหลักของประเทศไทยมาตั้งแต่
พ.ศ. 2490 และได้พัฒนาเทคโนโลยีและการบริการเรื่อยมา แต่ด้วยข้อจำกัดที่ไม่สามารถรองรับเรือพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่เกิน 12,000 DWT ยาวไม่เกิน 172 เมตร และกินน้ำลึกไม่เกิน 8 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางได้ จึงทำให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยต้องหาพื้นที่สำหรับการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่สามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญรุดหน้า


ใน พ.ศ. 2504 รัฐบาล จึงได้ว่าจ้าง บริษัท วิศวกรที่ปรึกษาเนเดโก (NEDECO) แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์มาสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างท่าเรือพาณิชย์ที่ อ. ศรีราชา จ. ชลบุรี ซึ่งผลการสำรวจสรุปให้บริเวณแหลมฉบังมีความเหมาะสมในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกเนื่องจากเป็นบริเวณที่มีคลื่นลมน้อย พื้นดินบริเวณที่ต้องขุดร่องน้ำลึกเป็นทรายที่ง่ายต่อการขุดลอก และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่หลังท่าเรือที่สามารถใช้ประโยชน์ทางด้านพาณิชย์ อย่างโกดังเก็บสินค้า และเขตนิคมอุตสาหกรรม


แม้ว่าจะมีการสำรวจความเหมาะสม การก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังยังไม่ได้รับการอนุมัติในทันที แต่ชะลอไปจนกระทั่ง พ.ศ. 2516 จึงเริ่มดำเนินการเวนคืนที่ดินบริเวณ ต. ทุ่งสุขลา อ. ศรีราชา และ ต. บางละมุง อ.บางละมุง จ. ชลบุรี เป็นพื้นรวม 6,340 ไร่
การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525 - 2529) ที่มีการกำหนดให้มีนิคมอุตสาหกรรมบริเวณแหลมฉบังเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม และในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530 – 2534) ยังได้กล่าวถึงข้อจำกัดของท่าเรือกรุงเทพที่จุดอิ่มตัว ไม่สามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ และขยายปริมาณการรองรับตู้สินค้าได้อีกต่อไป


เมื่อการเตรียมการทุกอย่างพร้อมเต็มที่ พลเอกเปรม ติณณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในขณะนั้น จึงมาเป็นประธานในการวางศิลาฤกษ์ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง ในวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 และเปิดใช้ท่าเรือแหลมฉบังรวมถึงให้เอกชนเข้าร่วมดำเนินการ ใน พ.ศ. 2534 เปิดท่าเทียบเรือ B1 เป็นท่าแรก และเปิดใช้มาจนกระทั่งปัจจุบัน

หว่านเมล็ดสร้างศักยภาพทางทะเล
ผลิใบกิ่งก้านแรก (โครงการขั้นที่ 1)
แตกหน่อเสริมศักยภาพ (โครงการขั้นที่ 2)
สู่การขนส่งอย่างยั่งยืน
ท่าเรือสีเขียว
เพิ่มศักยภาพด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย





 

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์